Home ภาพข่าวกิจกรรม เรียล สมาร์ท ชี้ AI พลิกโครงสร้างเศรษฐกิจโลก เสนอแนวคิด AI Sovereignty Trilogy ป้องกันไทยตกเป็น “อาณานิคมทาง AI” พร้อมผลักดัน 12 ภารกิจแห่งชาติ ยกระดับรัฐ-ธุรกิจ รับการแข่งขัน แนะจับตา Kimi K3 เขย่าโลก

เรียล สมาร์ท ชี้ AI พลิกโครงสร้างเศรษฐกิจโลก เสนอแนวคิด AI Sovereignty Trilogy ป้องกันไทยตกเป็น “อาณานิคมทาง AI” พร้อมผลักดัน 12 ภารกิจแห่งชาติ ยกระดับรัฐ-ธุรกิจ รับการแข่งขัน แนะจับตา Kimi K3 เขย่าโลก

by admin
53 views

 

นายภูกิจ ดิศธรานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) กล่าวบรรยายในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ประจำปี 2569 จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ในหัวข้อ “AI เปลี่ยนประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” ระบุว่าโลกกำลังเผชิญการจัดระเบียบโครงสร้างใหม่ครั้งใหญ่ (Great Rewiring) จาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และการลงทุนด้าน AI ที่เร่งตัวอย่างก้าวกระโดด

ทั้งนี้ AI ไม่ใช่โครงการไอที แต่เป็นนโยบายเพิ่มผลิตภาพของประเทศและระบบปฏิบัติการใหม่ของทุกองค์กร โดย AI ได้สร้างปัจจัยการผลิตรูปแบบใหม่ คือ “ทุนทางปัญญา“ (Intelligence Capital)ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และสร้างสรรค์งานได้ในต้นทุนที่ต่ำลง

นายภูกิจ กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 44.5 สะท้อนภาวะหดตัวของทุกอุตสาหกรรมย่อย จากต้นทุนที่สูงขึ้น คำสั่งซื้อใหม่ลดลง และผลประกอบการที่อ่อนแอ อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีโอกาสก้าวสู่การเป็น Non-Aligned Tech Hub และฐานย้ายการผลิตของห่วงโซ่อุปทานโลก (Supply Chain Reshoring) โดยมีการลงทุนศูนย์ข้อมูล (Data Center) จาก AWS, Google และ Microsoft รวมกว่า 200,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี

พร้อมเสนอแนวคิด AI Sovereignty Trilogy เพื่อป้องกันไทยตกเป็น “อาณานิคมทาง AI” ประกอบด้วย การรักษาอธิปไตยข้อมูล การพัฒนา AI ที่เข้าใจภาษาและบริบทไทย และการกำกับดูแล AI ที่มีมาตรฐาน พร้อมเสนอแนวทาง “รัฐสร้างราง-เอกชนสร้างรถ-คนได้ประโยชน์” โดยภาครัฐพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ขณะที่ภาคเอกชนแข่งขันสร้างนวัตกรรม รวมถึงผลักดัน 12 ภารกิจ AI แห่งชาติ เช่น การท่องเที่ยวอัจฉริยะ เกษตรแม่นยำ และการยกระดับ SME

สำหรับผู้ประกอบการ SME ต้องก้าวข้าม “Adoption Paradox” ด้วยการนำ AI มาปรับกระบวนการทำงานจริง ไม่ใช่ใช้เพียงเครื่องมือทั่วไป โดยควรใช้ AI เป็น Copilot ในงานบัญชี การตลาด และการส่งออก ขณะที่ประชาชนควรพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับ AI ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และทักษะความเป็นมนุษย์ที่ AI ยังทดแทนไม่ได้

“AI จะเปลี่ยนประเทศไทยได้ เมื่อเราเปลี่ยนวิธีคิดและเริ่มดำเนินการ โดยมีเป้าหมายที่วัดผลได้จริงทั้งในระดับประเทศ องค์กร และบุคคล” นายภูกิจ กล่าว

ด้าน ผศ.ดร. รุ่งโรจน์ โชคงามวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) บรรยายในหัวข้อ “AI กับการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล” ระบุว่า เป้าหมายของรัฐบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Government) คือการทำให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็ว แม่นยำ ใช้งานง่าย และสร้างความเชื่อมั่นได้มากขึ้น

AI Government จะเปลี่ยนระบบการทำงานของภาครัฐใน 4 ด้าน ได้แก่ การกำหนดนโยบายจากข้อมูล การใช้ AI Assistant ช่วยงานภาครัฐ การตัดสินใจแบบ Real-time และการให้บริการประชาชนแบบเฉพาะบุคคลตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมยกตัวอย่างระบบ X-Road ของเอสโตเนียที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ยังมีความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การตัดสินใจแทนมนุษย์โดยไม่มีการกำกับ การสร้างข้อมูลเท็จ (AI Hallucination) ความลำเอียงของอัลกอริทึม และความไม่เข้าใจบริบททางวัฒนธรรม ซึ่งล้วนเป็นบทเรียนจากหลายประเทศและองค์กรระดับโลก

ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า AI กำลังก้าวสู่ยุคของการเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นแต่ราคาถูกลงจนทุกคนเข้าถึงได้ ดังเช่นโมเดล Kimi K3 จากจีนที่มีขนาดใหญ่ถึง 2.8 ล้านล้านพารามิเตอร์และเปิดให้ใช้ฟรี ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ที่เผชิญ “AI Shock” จากความกังวลต่อภาวะฟองสบู่ AI จนดิ่งลงและต้องใช้มาตรการ Circuit Breaker หลายครั้ง ก่อนจะฟื้นตัวเกือบ 18% ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 หลังไมโครซอฟท์ประกาศผลกำไรจาก AI ที่จับต้องได้จริง อย่างไรก็ตาม ความผันผวนดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อนักลงทุนรายย่อยที่ใช้ Leverage จนเกิดการบังคับขาย (Forced Liquidation) ทำให้มูลค่าสินทรัพย์หายไปในเวลาอันรวดเร็ว และส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อย่าง Samsung และ SK Hynix อีกทั้งอาจกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากนักลงทุนเกาหลีใต้ซึ่งเป็นกลุ่มกำลังซื้อสำคัญได้รับผลกระทบทางการเงินและอาจชะลอการใช้จ่ายและการลงทุนในไทย

สำหรับประเทศไทย ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ ได้เสนอ 5 แนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุค AI ได้แก่ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ปฏิรูปข้อมูลภาครัฐให้พร้อมใช้ สร้าง Government AI Platform จัดทำ AI Governance ตั้งแต่ต้นทาง และพัฒนาทักษะ AI Literacy ของบุคลากรภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของ AI ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยี แต่เกิดจากคน ดังนั้น รัฐไทยต้องเร่งสร้างอธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์ (Sovereign AI) และเตรียมโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อม เพราะในโลกที่ AI มีราคาถูกลง สิ่งที่มีค่าที่สุดคือความเชื่อมั่นและการตัดสินใจของมนุษย์ที่ถูกต้องเหมาะสม.